แม้ว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไทยได้งอกงามไปมากพอสมควร พร้อมๆ กับที่นักการตลาดคนเก่งก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้ว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไทยได้งอกงามไปมากพอสมควร พร้อมๆ กับที่นักการตลาดคนเก่งก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่พอกับการที่จะเอื้อให้เกิดความสามารถการแข่งขันของแบรนด์ไทย (Competitiveness of Thai Brands) รวมไปถึงการสร้างอำนาจการแข่งขันให้กับเมืองไทย (Thailand Competitiveness) โดยเฉพาะกับการที่ประเทศไทยและแบรนด์ไทย กำลังจะต้องเผชิญกับการเปิดเสรีกลุ่มประเทศอาเซียนสู่ AEC ปัญหาคือจะทำยังไงให้ผู้ผลิตไทย เข้าใจและเข้าถึงการสร้าง “คุณค่าแบรนด์” ให้เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ (แบรนด์) ของตน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และแบรนด์มีชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน แข่งขันได้ เป็นผู้นำ และเป็นที่ต้องประสงค์ของผู้อุปโภคบริโภคในระยะยาว ในตลาดที่ไม่มีพรมแดนในคราวหน้าอันใกล้ โดยไม่เพียงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์เท่านั้น เพื่อตอบโจทย์ข้างต้น เราจะเริ่มต้นกับซีรีส์ความรู้เรื่องการสร้างแบรนด์ นับตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับงอกงาม เพื่อเอื้อให้ผู้ผลิตไทยและนักการตลาดไทย โดยเฉพาะกับ Brand Manager ทั้งหลาย ให้มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการสร้าง “คุณค่าแบรนด์” เพื่อประโยชน์อันยั่งยืน

ความเข้าใจอันดับแรกที่ต้องมีก่อน คือ ความสำเร็จของแบรนด์ขึ้นอยู่แนวคิดแบรนด์ (Brand concept) ที่ผู้ผลิตและนักการตลาด seo โดยเฉพาะผู้เป็น Brand Manager จะต้องร่วมกำหนด เพื่อให้แบรนด์นั้นๆ แตกต่างจากคู่แข่ง ที่สำคัญ ต้องสามารถทำให้แบรนด์ (ผลิตภัณฑ์) โดนใจผู้อุปโภคบริโภคแบบเต็มๆ ว่า “นี่แหละ คือ แบรนด์ของฉัน” ทั้งนี้ แนวคิดแบรนด์มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ แก่นคุณค่าของแบรนด์ (Brand Essence) จุดยืนหรือตำแหน่งของแบรนด์ (Brand positioning) อันเป็นคุณลักษณะเฉพาะที่จะต้องสามารถขับออกมาได้อย่างเห็นได้เด่นชัดผ่านบุคลิกของแบรนด์ (Brand personality) ที่ต้องสร้างและกำหนดให้สอดคล้องกัน ซึ่งจะต้องสามารถตอบสนองความมุ่งมาดปรารถนาของกลุ่มผู้บริโภคหลักกลุ่มหนึ่ง (specific target customers) แนวคิดของแบรนด์องค์กร และแบรนด์สินค้าหรือบริการ เป็นภาพรวมของแบรนด์ที่เจ้าของหรือผู้สร้างแบรนด์ควรกำหนดให้ชัดเจน เพื่อการสร้างแบรนด์ที่มีความสำเร็จ

ตัวอย่างของแบรนด์ที่มีแนวคิดชัดเจน บรรลุผลเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มที่ตั้งใจ คือ สตาร์บัคส์ เป็นร้านกาแฟไลฟ์สไตล์ มีจุดยืนทั้งด้านมาตรฐาน ลักษณะผลิตภัณฑ์ บริการ สนนราคา และบุคลิกเป็นเฉพาะของแบรนด์ ซึ่งเน้นไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ทำให้สตาร์บัคส์สำเร็จอย่างมาก อีกตัวอย่างในธุรกิจร้านอาหาร คือ ฟูจิ ซึ่งมีแง่มุมแบรนด์เป็นอาหารญี่ปุ่นคุณภาพมาตรฐานสำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมจุดยืนคุณภาพดีราคากลางๆ เป็นคุณค่าที่เข้าถึงง่าย ทั้งนี้ “ลักษณะเฉพาะ” ของแนวคิดแบรนด์จะต้องสามารถสร้างให้ปรากฏได้ เห็นชัดได้จากตัวผลิตภัณฑ์หรือserviceที่ผู้ซื้อได้รับ โดยการสร้าง ตกแต่ง รวมถึงใช้บรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกัน กระทั่งการรับรู้ได้ทางอารมณ์จากองค์ประกอบที่ถูกกำหนดสร้างให้ปรากฏ ทั้งตัวประกอบที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ทุกส่วนเพิ่มเติมต้องมีความสอดคล้องกัน ทั้งนี้ จะต้องเข้าใจด้วยว่าแง่มุมการตกแต่ง หรือการDesignบรรจุภัณฑ์อย่างเดียว ไม่ใช่แก่นของแนวคิดแบรนด์ เนื่องมาจากแม้แนวคิดในการDesignบรรจุภัณฑ์จะแตกต่าง แต่ถ้าตัวผลิตภัณฑ์หรือservice ซึ่งเป็นตัวตนของแบรนด์หลักและองค์รวม ไม่มีแนวคิดที่แตกต่างเลย ก็มิอาจจัดว่าเป็นแนวคิดแบรนด์ที่ดีและจะอยู่ได้ไม่นาน

จากเหตุผลข้างต้น การผลิตและวางตลาดของซื้อของขายหรือserviceใหม่สู่ตลาดที่มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อยู่แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแนวคิดที่ชัดเจนและแตกต่าง เพื่อจูงใจให้ผู้ซื้อสนใจ ถูกใจ ประเด็นสำคัญมากในการกำหนดวางแนวคิดแบรนด์ คือ การกำหนด แก่นคุณค่าของแบรนด์ จัดวางตำแหน่งหรือจุดยืนของแบรนด์ และบุคลิกลักษณะ ที่สอดคล้องกัน ตลอดจนมีความต่อเนื่อง โดยใช้การสื่อสารทุกรูปแบบที่เหมาะสมเข้าถึงผู้บริโภคเพื่อเสริมสร้างความเคยชินและไว้ใจแบรนด์ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องมาจากผู้ซื้อมีความรู้สึกต่อแบรนด์หนึ่งๆ เสมือนกับเป็นบุคคล ความไม่สอดคล้องกัน หรือการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาสั้น และเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มี “แกน” และ “แนวทาง” จะทำให้แบรนด์จับต้องไม่ได้ ไม่สามารถจดจำได้ ไม่น่าเชื่อถือ

หรือแม้จะเป็นแบรนด์ที่มีอยู่เดิมในตลาด ก็ควรมีการปรับจินตภาพหรือแนวคิดของแบรนด์ ให้ตามสมัยนิยมสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพื่อส่งเสริมความตามสมัยของแบรนด์ แต่ข้อควรคำนึง คือ การเปลี่ยนแปลงแนวคิดของแบรนด์ จะมีผลบวกหรือลบต่อธุรกิจมากน้อยเพียงใด ขึ้นกับว่าแนวคิดใหม่นั้นสอดคล้องตรงใจลูกค้ากลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่หรือไม่ ถ้าการปรับนั้นทำให้ผู้บริโภคเดิมไม่คุ้นเคย จนหยุดหรือชะลอการใช้ลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การขยายเข้าไปจับกลุ่มใหม่ไม่สามารถทดแทนจำนวนลูกค้าเดิมได้ ก็จะเป็นความเสี่ยงที่นักการตลาดควรระวัง

เป็นที่แน่นอนเมื่อนักร้องดังบันลือโลก กับคนดังชื่อก้องแห่งฮอลลีวูด จะหยิบจับทำอะไรใครๆ ก็แห่จับตาจ้องจะเม้าท์ ดีก็สรรเสริญ ล้มก็กระทืบซ้ำตามภาษาคนของสาธารณะ หากรูปแบบไหนถูกใจหน่อยก็เป็นที่นิยม ระเบิดระเบ้อทั่วโลก เห็นมาหลายงานแล้วเพียงแค่ชุดสวยชุดเดียวก็ทำให้คนสวมใส่แจ่มเกิดอยู่คนเดียวทั้งงานเป็นที่น่าจดจำยันลูกบวช หรือบางท่านสวมใส่แล้วเหียกดับอนาถ แอบนินทายันแก่ตายมันก็มี แต่ชุดอับแสง อายประชาชีน่าขบขันเราไม่เอามาให้ดูกันหรอกค่ะ ขอคัดแต่เนื้อๆ เน้นๆ เกรด A+ ที่ใครเห็นเป็นต้องจังงังพึงเพริศหยุดหายใจไป 2 นาที เนื่องจากชุดสวยจับใจอลังการที่ใส่เสื้อผ้าทำงานในร่างคนดังนั่นเอง ว่าแต่ ชุด ไหนบ้างที่วิ่งฉลุยผ่านฉลิวเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไปดูกันเลยค่ะ

หากพูดถึงเรื่องรูปแบบห้ามไม่พูดถึงเธอ ริฮานนา (Rihanna) ตัวละครสาวแรงแห่งยุค ป็อปดีวาที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ทั้งเสียงร้อง และการแต่งเนื้อแต่งตัว ที่หาตัวจับยาก เนื่องจากเธอคือ ตัวชูโรงในเรื่องอาภรณ์ หน้า ผม มัก สร้างความฮือฮา และความสะเด็ดในชุดของเธอที่ประโคมใส่ แต่ละตัวยากที่จะเลียนแบบ เฉกเช่นงาน MTV ยุโรป ริฮานนาเดินทอดน่องกรุยกรายมากับชุดราตรีสีขาวฟองฟู่แห่งแบรนด์ Marchesa ชุดเดรสที่ดู ยังไง้ยังไงก็ไฮโซ เลิศแสนแพง แถมร่ำรวยเท็กเจอร์บนเนื้อผ้าซะจริง ชุดไม่ธรรมดา คนสวมใส่ย่อมไม่ใช่ปุถุชนคนธรรมดาทั่วไปส่วนใหญ่เหล่าดารา และเซเลบ ต่างพึ่งชุดของแบรนด์นี้เพื่อออกงานหวังจะเฉิดฉายเจิดเนื่องจากชุดกันทั้งนั้น ชุดเด่นเด้งไม่พอ เจอสีผมของชีไปแทบกรี๊ดสลบ อะไรจะแดงได้ปานนี้ ตัดกับสีผิวแทนเหลือเกิน ขอชื่นชมที่เธอไม่ทิ้งคราบความเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดแม้จะฝังร่างอยู่ในชุดที่สวยหมดจดหา ที่ติไม่ได้ก็ตาม

ไมลีย์ ไซรัส (Miley Cyrus) สาวน้อยดิสนีย์ ในวัยเพียงแค่ 17 ปี นักร้องนักแสดงสาววัยใสจากซีรีส์ดัง ฮันนาห์ มอนทานา (Hannah Montana) จากครั้งหนหลังเป็นสาวน้อยวัยใสไร้พิษภัย บัดนี้ฉีกภาพเหล่านั้นโดย สิ้นเชิงกับการโชว์ภาพลักษณ์เซ็กซี่เกินตัว อวดของดีเต็มเหนี่ยวนอนเกลือกกลิ้งพร้อมกางเกงในตัวจิ๋วในมิวสิควิดีโอตัวใหม่ “Who Owns My Heart” แต่เธอไม่ได้แต่งโป๊กะโหลกกะลาจุกโผล่เป็นอย่างเดียวเสีย เมื่อไหร่ เมื่อออกงาน MTV เธอได้ปรากฏตัวอย่างให้เกียรติเฉิดฉายเรียบร้อยชุดปิดยันคอยาวคลุมตาตุ่มในชุดเดรสสีขาวในแบบ halterneck (ชุดที่มีสายผูกหรือแขวนที่คอ) ชุดสมวัยนี้จาก Dolce & Gabbana เดรสยาวสีขาวระบาย 4 ชั้นอย่างเท่ากัน แสดงถึงความหวานแหววไม่โป๊แถมดูดีโดยมีการใช้ผ้าสีดำผูกเป็นโบว์น่ารักเชียวตัดกับชุดขาวสวยลงตัว เข้ากันกับกำไลข้อมือโลหะสีทองที่ไม่ได้ใส่แค่อันเดียวแต่ตบเท้า มากันเป็นพรวนลิงค์กับเล็บสีดำของสาวน้อยไมลีย์เสียจริงเลยนะ

การที่ตั้งชื่อแบรนด์แปลกๆ และทำให้ติดหูคนฟัง เป็นแนวคิดที่ดี อย่างเช่นแบรนด์นี้ “ทินโฮมทอยส์” ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ใครๆ ก็ต้องถามว่าชื่อนี้มาจากไหน ทางคุณนุตร์เจ้าของแบรนด์ ก็อธิบายตรงตัวเลยว่า ” Tin ย่อมาจาก สังกะสี , Home ย่อจาก บ้าน ส่วน Toy คือ ของเล่นของใช้” ฉะนั้นก็แปลได้ตรงตัวถึงโปรดักส์ที่เขาทำ คือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำมาจากสังกะสี ชื่อแบรนด์ก็แปลก แนวคิดก็แปลก งานลักษณะแบบนี้จึงเป็นที่สนใจต่อคนทั่วไปจนถึงชาวต่างชาติ งานที่ทำมาจากสังกะสี ไม่ใช่ของแปลกใหม่อะไร กับเมืองไทย แต่สิ่งที่ทำให้ชิ้นงานเหล่านี้ดูน่าตื่นตาตื่นใจ ก็เพราะดีไซน์ที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละตัว ถ้าลองสังเกตุดูดีๆ ชิ้นงานเหล่านี้แถบไม่ได้ตกแต่งด้วยลวดลายอะไรเลย มาแบบสภาพเดิมๆ ทั้งนั้น งานประเภทนี้เริ่มมีการพัฒนาและยอมรับให้ขึ้นมาขายในห้างสรรพสินค้ามากขึ้น เนื่องจากสมัยนี้ผู้คนชอบอะไรที่ดูดิบๆ เรียบๆ ออกแนวโมเดิร์น และงานสังกะสีแบบนี้ก็สะท้อนความเป็นตัวตนของคนเหล่านั้นได้อย่างตรงตัว จึงไม่แปลกเลยที่งานแนวคิดเจ๋งๆ แบบนี้จะไปถูกตาต้องใจชาวต่างชาติ

ที่มา : ข่าวจาก sanook

นับว่าเป็นข่าวช็อกที่สุดสำหรับวงการความนิยมประจำปีนี้ แม้จะเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีก็ตาม ในการออกมาประกาศอำลาตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร ของ “นิตยสารโว้ก ปารีส” ของ “การีน รัวต์เฟลต์” หลายคนสงสัยว่าทำไมการลาออกของบรรณาธิการนิตยสารเพียงคนเดียวกลับสร้างความสนใจให้กับวงการความนิยมได้เยอะขนาดนี้ เหตุผลง่ายๆ คือหนึ่งนิตยสารโว้กจัดได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งของนิตยสารความนิยม และสองเราอาจจะบอกได้ว่าปารีสคือหนึ่งในสี่เมืองหลวงแห่งโลกความนิยมชุดเดรสของโลก (ปารีส, มิลาน, ลอนดอน และ นิวยอร์ก) เพราะเช่นนั้น โว้ก ปารีส จึงถือว่าเป็นนิตยสารแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งของโลก และการลาออกของบรรณาธิการบริหารชนิดสายฟ้าแลบ ย่อมเป็นสิ่งที่สร้างความตะลึงงันให้กับวงการได้เป็นธรรมดา

ตลอดระยะเวลาร่วมทศวรรษที่ การีน รัวต์เฟลต์ คุมบังเหียน นิตยสารโว้ก ปารีส การีนไม่ได้เป็นแค่บรรณาธิการเพียงเดียว แต่เธอคือสัญลักษณ์แห่งนิตยสารยักษ์ใหญ่ฉบับนี้ก็ว่าได้ เหมือน คาร์ล แห่ง ชาแนล, กัลลิอาโน แห่ง ดิออร์ และ แอนนา แห่ง โว้ก อเมริกา นั่นเอง แน่นอนคำถามแรกเมื่อ รัวต์เฟลต์ประกาศสละตำแหน่งคือทำไม? รัวต์เฟลต์ได้ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาเธอสำเร็จอย่างมากมาย และเธออยากจะก้าวลงในขณะที่ชื่อเสียงของเธอนั้นยังมีสง่าราศีดูอยู่บนหอคอยงาช้างอยู่นั่นเอง คำตอบสั้นๆ แต่แฝงไว้ด้วยแรงดันมหาศาลสำหรับคนที่จะก้าวขึ้นมาแทนตำแหน่งของรัวต์เฟลต์ ใครกันที่จะเหมาะสม และใครกันที่มีบารมีมากเพียงพอในวงการความนิยมที่จะก้าวขึ้นสู่หอคอยงาช้างแล้วรับตำแหน่งนางพญาแฟชั่นชุดเดรสแห่งกรุงปารีสคนต่อไป

“ผู้หญิง” กับ “กระโปรง” เป็นสัญลักษณ์คู่กันชนิดแยกกันไม่ออก และหลายฤดูที่ผ่านมาชุดกระโปรงหลากรูปแบบก็กลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแมกซี เดรส, มินิ สเกิร์ต และมิดิ สเกิร์ต แต่ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าคนอ้วนกระโปรงแบบไหน ลวดลายแบบใด วันนี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไปที่กระโปรงจะต้องมีความยาวรอบตัวที่เท่ากัน!Tail Hems กลายเป็นรูปแบบ การตัดเย็บกระโปรงที่มาแรงอย่างสูงในรันเวย์ฤดูร้อน 2011 นี้ ด้วยลูกเล่นความสั้นและยาวที่แตกต่างกันของชุดกระโปรงตัวเดียวกัน นั่นคือ การตัดเย็บให้ส่วนของด้านหลัง มีความยาวมากกว่าด้านหน้านั่นเอง

เพราะฉะนั้น Tail Hems จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ความนิยมเสื้อผ้าคนอ้วน แต่มันคือความเพลิดเพลินครั้งใหม่ที่สุภาพสตรี จะได้เมื่อคิดจะสวมใส่กระโปรง ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงยาวเลยเข่า กระโปรงระ บายพริ้วไหว หรือแม้แต่กระโปรงทรงดินสอในแบบวินเทจ ก็ล้วนถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นกระโปรงแบบ Tail Hems ในฤดูร้อนปีนี้

ตามคำบอกเล่าของสไตลิสต์ ชื่อดัง “เจี๊ยบ-เอกมล” เล่าว่า ดีไซเนอร์แบรนด์ดังเป็นส่วนใหญ่นำแบบของยุค 60 มาใช้ พร้อมกับสีสันสดใส เช่นว่าสีเหลืองสด ซึ่งมาแรงสุดๆ ในปีนี้ ส่วนรูปทรงเสื้อผ้าคนอ้วน จะไม่เน้นหนักความเนี้ยบ แต่จะเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ไร้รูปทรง แขนไม่เท่ากัน ตัวไม่บาลานซ์ ส่วนวัสดุที่นำมาตัดเย็บจะเน้นหนักการนำพลาสติกมาใช้ร่วมกับเสื้อผ้าอาภรณ์ ใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเลเซอร์ มาตัดเจาะพลาสติกเป็นลวดลาย ให้หนุ่มๆ สาวๆ ได้เครงครื้นกับการแต่งกายเยอะขึ้น

“เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ตกเทรนด์แล้ว อย่าทิ้ง ทั้งนี้เพราะแม้เทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าคนอ้วนจะหมุนเวียนไป แต่วันหนึ่งมันก็จะกลับมาฮิตอีกครั้ง เหมือนเสื้อผ้าอาภรณ์สมัยคุณแม่คราวนี้ก็กลับมาฮิตอีก ทั้งนี้จะขึ้นอยู่ ว่าเรานำมามิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากันอย่างไรมากกว่า” สไตลิสต์คนดังแนะนำ

หลังจากรองเท้าเพื่ออนามัยมาแรงสุดๆ เมื่อปีที่ผ่านมา แต่รองเท้าล้ำแบบก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ ปีนี้รองเท้าส้นสูงปลายแหลมเปี๊ยบมาแรง ไม่ว่าจะทำด้วยพลาสติกสีสัน สดใส หนัง ลายหนังสัตว์ หรือประดับเพชรระยิบระยับ ถูกนำมาออกแบบให้ปลายแหลมทั้งนั้น ในขณะที่รองเท้าดีไซน์หรูยังคงเดินหน้าพัฒนาดีไซน์ โดยเฉพาะรองเท้าเก๋ไก๋ ไก๋แบบหลุดโลกก็ยังเรียกเสียงฮือฮาไม่หยุด แฟชั่นนี้ถูกจุดประกายโดย อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ที่ได้รังสรรค์รองเท้าไร้ส้น หรือรองเท้าเอเลี่ยนแบบแปลกตามาเอาใจแฟชั่น นิสต้าบนแคตวอล์ก 2009 หลังจากที่เขาเสียชีวิตลง รองเท้าดีไซน์แปลกตาก็ยังถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่รองเท้าเลียนแบบรูปเท้าสัตว์ของ Christian Louboutin ก็ยังแรงข้ามปี หรือแม้แต่รองเท้ากีฬาก็ยังถูกนำมาเสริมส้นให้เก๋

แต่ไม่ว่าสุภาพสตรี นักสะสมจะสะสมรองเท้าดีไซน์แปลกแค่ไหน ก็อย่าลืมเก็บรองเท้าบู๊ตกันน้ำไว้ก่อน ทั้งนี้เพราะซินแสหลายคนทักว่า ปีมังกรคะนองน้ำ น้ำอาจจะมาท่วมอีกครั้ง แถมยังหนักกว่าเดิม เหล่าแฟชั่นนิสต้าอย่างเราจะได้..เอาอยู่!

เวลานี้ไม่ว่าไปทางไหน ก็จะมีแต่คนนำบัตรเครดิตขึ้นมาใช้ แต่คุณรู้หรือว่า หากเราขาดวินัยในการใช้ ในภาคหน้า คุณอาจจะต้องลำบากก็ได้

1.ใช้บัตรเครดิตเมื่อจำเป็นเท่านั้น การใช้บัตรเครดิต เป็นการใช้เงินในภาคหน้า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ควรเลือกใช้เงินสดแทนบัตรเครดิต นอกเสียจากกรณีฉุกเฉิน เวลาที่คุณไม่มีเงินสดติดตัว บัตรเครดิตอาจจะช่วยกู้หน้าคุณได้

2.รำลึกถึงตอนชำระหนี้เอาไว้ ลองนึกถึงความสามารถของคุณ เมื่อชำระหนี้ของแต่ละเดือน แม้จะมียอดในการผ่อนส่งบัตรเครดิตแต่ละเดือนเพียง 10% ของยอดที่รูดไป แต่อย่าลืมว่าทางธนาคาร เค้าบวกเพิ่มดอกเอาไว้แล้ว

3.เลือกวันรูดบัตรให้พอเหมาะ ถ้ามีบัตรเครดิตติดตัว คุณควรจะจำวันตัดยอดของบัตรเครดิตให้ได้ และถ้าจะให้เวริ์คสุดๆ คือใช้จ่ายบัตรเครดิต หลังจากวันที่ธนาคารได้ตัดยอดไปแล้ว เพราะเช่นนั้น ยอดที่คุณเพิ่งจะรูดไป บิลก็จะมาเรียกเก็บในเดือนถัดไปนั่นเอง

4.รูดเมื่อผ่อน 0% ยุคนี้ บัตรเครดิตของแต่ละธนาคารจะมีโปรโมชั่นผ่อน 0% ถือเป็นโอกาสทองสำหรับคนที่อยากได้ของชิ้นใหญ่ แต่ผ่อนไม่เสียดอกเบี้ย

5.สะสมคะแนนแลกของรางวัล ให้ของขวัญตัวเองสำหรับการใช้จ่าย ด้วยเหตุว่าทุกครั้งที่คุณได้รูดบัตรเครดิต คุณก็จะได้แต้ม ลองคำนวณแต้มแล้วเอามาแลกของสมนาคุณ อาทิแก้วน้ำ กาน้ำร้อน อย่างน้อยก็น่าจะช่วยให้ประหยัดงบในการซื้อของพวกนี้ก็ได้

6.อย่าลืมว่าบัตรเครดิตมีข้อเสีย ท่องเอาไว้ ว่าบัตรเครดิตมีข้อเสีย จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณเป็นคนกำหนด ถ้าหากใช้เมื่อจำเป็น รับรองว่ากระเป๋าเงินของคุณไม่ฉีกอย่างแน่นอน

ที่มา : ข่าวจาก sanook

“ซี​เอ็ม​โอ” จับมือพันธมิตร “​โธธ มี​เดีย” รุกธุรกิจการค้าออน​ไลน์ ​เพิ่มขีด​ความสามารถทาง​การ​แข่งขัน​ในMarket ​เสริมศักยภาพธุรกิจการค้า ​ให้บริ​การครบวงจรเพิ่มขึ้น ด้านบิ๊ก CMO ​เผย ​การร่วมมือครั้งนี้ ​เป็นธุรกิจการค้า Non-Event ที​เด่นชัดที่สุด​ในปีนี้ หวังสร้างราย​ได้คงที่​ให้กิจ​การ ​เพื่อรองรับ​การขยายงาน​ทั้ง​ในประ​เทศ —ต่างประ​เทศ พร้อมตั้ง​เป้าราย​ได้​เพิ่ม 30 ล้านต่อปีนาย​เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี​เอ็ม​โอ จำกัด (มหาชน) ​หรือ CMO ​ผู้นำธุรกิจการค้าอี​เว้นท์ครบวงจร​แห่งอา​เซียน ​เปิด​เผยว่า บริษัทฯ ​ได้ร่วมมือ​เป็นพันธมิตรทางธุรกิจการค้า กับบริษัท ​โธธ มี​เดีย จำกัด ​ซึ่ง​เป็นบริษัท Online Marketing Agency and Solution ที่มี​ความ​เชี่ยวชาญ ​และ​ให้บริ​การครบวงจรด้าน Online ​โดย​ความร่วมมือ​ในครั้งนี้ CMO ​เข้ามาถือหุ้นของ​โธธ มี​เดีย ​ในสัดส่วน 35% ของทุนจดทะ​เบียน สำหรับ​ความร่วมมือ​ในครั้งนี้ ​เป็น​การ​ทำงานร่วมกันตาม​ความถนัดของธุรกิจ ​ซึ่งจะ​ทำ​ให้บริษัท ​เพิ่มขีด​ความสามารถทาง​การ​แข่งขัน ​และช่วย​เพิ่มศักยภาพของบริษัทฯ ​ใน​การ​ให้บริ​การที่ครอบคลุมเยอะขึ้น ด้วย​การ​เสริมแนวทางด้าน Online Marketing ผนวก​ไปกับ​การคิดงานอี​เว้นท์​เสนอ​ให้ผู้บริโภค ​ทำ​ให้ภาพของ​การ​ให้บริ​การ​แบบ 360 องศา ชัด​เจนยิ่งขึ้น

“​การที่บริษัทฯ ร่วมธุรกิจการค้ากับ ​โธธ มี​เดีย ​ทั้งนี้เพราะ​เรามองว่า ​โธธ มี​เดีย นอก​เหนือจาก​การ​เป็น​ผู้​เชี่ยวชาญด้านออน​ไลน์ ยัง​เป็นบริษัทฯ ที่มีจุดขาย​ใน​เรื่องของ​การถ่ายทอดสดออน​ไลน์ (Live Streaming) ​ได้​เป็น​เวลาต่อ​เนื่อง ​โดยสัญญาณ​ไม่ขัดข้อง ​ซึ่งตอบ​โจทย์ธุรกิจการค้าอี​เว้นท์ของ​เรา บวกกับ​เป็นบริษัทฯ ที่มี​ความถนัด​ในด้าน Mobile Applications ​ซึ่ง​เข้ามามีบทบาท​ในงานอี​เว้นท์​ได้​เป็นอย่างดี อาทิ​เช่น ​การลงทะ​เบียนหน้างาน เป็นต้น” นาย​เสริมคุณ กล่าว ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร CMO กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ​เข้า​ไปถือหุ้น​ในบริษัท ​โธธ มี​เดีย ​ทั้งนี้เพราะ​เรา​เชื่อว่า ​การ​ให้บริ​การด้าน Online Marketing ​เป็น​เครื่องมือทาง​การตลาดที่สำคัญ ที่​เข้ามามีบทบาท​ใน​การ​ทำธุรกิจการค้าของทุกๆ องค์กร​เป็นอย่างมาก บวกกับบริษัทฯ พึงประสงค์ที่จะขยายงานด้านอื่นๆ ​เพื่อ​ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น นอก​เหนือจากธุรกิจการค้าอี​เว้นท์ ​ซึ่ง​การร่วมมือครั้งนี้ ถือ​เป็นธุรกิจ Non-Event ที่​เห็นชัด​เจนที่สุด​ในปีนี้ ​โดยบริษัทฯ คาดว่า จะสร้างราย​ได้​ให้ประมาณ 12-15 ล้านบาท ​ในปีนี้ ​และตั้ง​เป้า​ในปี 2556 ​เป็นต้น​ไป น่าจะสร้างราย​ได้​ให้บริษัท 30 ล้านบาทต่อปี

​ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีบริษัทย่อย 4 ​แห่ง ประกอบด้วย 1. บริษัท พี​เอ็ม ​เซ็น​เตอร์ จำกัดประกอบธุรกิจการค้า ​ให้บริ​การ​เช่า​เครื่องมือ​และอุปกรณ์สำหรับ​การจัด​การ​แสดง​และ​การ นำ​เสนอ ​และบริ​การอื่นๆ ที่​เกี่ยวข้อง ​โดยบริษัทถือหุ้น 99.99% บริษัทที่2. บริษัท ดิอายส์ จำกัด ​ให้บริ​การผลิตสื่อมัลติมี​เดีย ​โดยบริษัทถือหุ้น 99.84% บริษัทที่ 3 คือ บริษัท​เอ็กซ์​โป- ซิชั่น ​เทค​โน​โลยี จำกัด ​เป็น​ผู้​ให้บริ​การรับ​เหมาติดตั้งอุปกรณ์​ไฟฟ้า ​และระบบสาธารณูป​โภคต่างๆ ​ใน​การจัดอี​เว้นท์ ​ซึ่งบริษัทถือหุ้น 40% ​และบริษัทที่ 4 คือ บริษัท ​โธธ มี​เดีย จำกัด ​ผู้​ให้บริ​การด้าน​การตลาดออนไลน์อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการรับทำ seo การทำโฆษณา เป็นต้น ​ทั้งนี้บริษัทถือหุ้น​ในสัดส่วน 35% นาย​เสริมคุณ กล่าว​เสริมว่า จากบริษัทย่อย​ทั้ง 4 บริษัท จะ​ทำ​ให้บริษัทสามารถ ​เป็น​ผู้​ให้บริ​การด้าน​การจัดกิจกรรมทาง​การตลาดที่ครบวงจร อย่าง​ไร​ก็ตาม ​การเปลี่ยนแปลงของ​โลก​และ​เศรษฐกิจ ​ซึ่งส่งผลกระทบต่อ​ผู้บริ​โภค​โดยตรง​ทำ​ให้ บริษัทยังต้องมองหาวิธีการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ​และรูป​แบบของกิจกรรม ที่จะดึงกำลังซื้อของ ผู้บริโภคมาสู่ผู้บริโภคของบริษัท ​และสามารถรักษาศักยภาพของบริษัท​ไว้​ได้ตาม​เป้าหมาย

ด้านนางสาว พีรัชญาณ์ สิงหศิวานนท์ กรรม​การ​ผู้จัด​การ บริษัท ​โธธ มี​เดีย จำกัด ​ในฐานะ​ผู้นำธุรกิจการค้าการตลาดออนไลน์ ​เปิด​เผยว่า ​การร่วมธุรกิจกับ CMO จะช่วย​เพิ่มศักยภาพของบริษัทฯ ​ให้ธุรกิจครบวงจรมากยิ่งขึ้น มีผล ​ให้ยอดขายของ​ทั้ง 2 บริษัท ​เติบ​โตอย่างต่อ​เนื่อง รองรับ​การขยายงาน​ได้​ทั้ง​ใน ​และต่างประ​เทศ บวกกับ​การ​เป็นพันธมิตรกับบริษัทมหาชน ​ก็ช่วย​เสริม​ความน่า​เชื่อถือ ​และ​ได้รับ​ความ​ไว้วาง​ใจจากผู้บริโภคอีกด้วย

​ทั้งนี้ บริษัท ​โธธ มี​เดีย จำกัด ​ให้บริ​การด้าน​การตลาดออนไลน์​ แบบครบวงจร ตั้ง​แต่​การ​ทำกลวิธีด้าน​ seo หรือด้านการตลาดออน​ไลน์​ให้กับผู้บริโภค ​การ​เลือก​ใช้​เครื่องมือด้านออน​ไลน์​ให้​เหมาะกับงาน ​และ ยังมีทีมงานที่คอยสร้าง Communities ​ให้กับลูกค้า ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ​เช่น Facebook ,Twitter รวม​ไป​ถึง​การ​ให้บริ​การด้าน Mobile Applications ​เพื่อ​ให้​การตอบ​โจทย์ด้าน Marketing Online สมบูรณ์ที่สุดนอกจากนี้ ​โธธ มี​เดีย ยัง​ให้บริ​การด้าน IT Online Solution ​ซึ่งส่วน​ใหญ่ผู้บริโภคจะ​เป็นผลิตภัณฑ์ด้าน​ไอที อาทิ​เช่น Samsung ,Acer ​เป็นต้น

“​แนว​โน้มของธุรกิจการค้า Online marketing ว่า​ในปีหน้าจะ​เริ่มมี​การขยับตัว​เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่ งบประมาณ​ใน​การลงสื่อ​โฆษณาออฟ​ไลน์​ได้ถูก​โยกมา​เป็นออนไลน์มากขึ้น​เรื่อยๆ ​ใน 3 ปีที่ผ่านมา ​และ รูป​แบบ​ใน​การ​โฆษณา Online จะ​เริ่มมี​การปรับ​เปลี่ยน​ไป​ใน​แนวของ​การ​ทำ Product ​ใหม่ๆ ที่​ใช้ Innovation เยอะขึ้น ​ทั้งนี้เพราะ​เมื่อ​การ​ใช้​โฆษณา​แบบดั้ง​เดิม​เริ่มอิ่มตัว ​การปรับตัวของ​การ​ทำ​การตลาดออน​ไลน์ จะ​เริ่ม​เปลี่ยนรูป​แบบมากขึ้น​ เหมือนหลายๆ กิจกรรมที่น่าสน​ใจ​ในต่างประ​เทศ ​ซึ่ง​เราน่าจะ​ได้​เห็นเยอะขึ้นตั้ง​แต่กลางปีหน้า​เป็นต้น​ไป “นางสาว พีรัชญาณ์ กล่าวทิ้งท้าย

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ขึ้นกล่าวต้อนรับในงาน Thailand ESCO Fair 2013 พร้อมเปิดเผยว่า ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ อยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งได้รับผลความร่วมมือจากกระทรวงพลังงาน กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และกรมพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดการดำเนินธุรกิจและการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงาน ให้ข้อข้อมูลแก่ผู้ประกอบการในการตัดสินใจเลือกใช้ระบบ ESCO พร้อมทั้ง เป็นการผลักดันให้ธุรกิจ ESCO เป็นอุปกรณ์สำคัญในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนสร้างประสิทธิภาพแข่งขันของประเทศได้อย่างมีมาตรฐานต่อไป กระนั้นก็ตามคาดว่า ผู้ประกอบการทั้งภาคโรงงานและอุตสาหกรรม จะสามารถนำเทคโนโลยีในการประหยัดพลังงาน ไปพัฒนาผลผลิตได้อย่างมีมาตรฐาน และสามารถลดต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง

ที่มา : ข่าวจาก sanook

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เป็นประธานในพิธีการลงนาม โครงการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับประเทศ ระหว่าง 6 องค์กรของประเทศไทย ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและวัฒนกรรมแห่งชาติ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และบริษัทซีพีออลล์ ซึ่งการลงนามดังกล่าวนั้น เชื่อว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรม ช่วยพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเหตุว่ามองว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ถือเป็นกลไกสำคัญจะทำให้ประเทศไทย มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตกาล

ที่มา : ข่าวจาก sanook